ดีดแล้วทุกตลาด! ทรัพย์สินลงทุนทั่วโลกกลับตัว หลังตลาดซบเซานานร่วมเดือน

ภาพชินตาของนักลงทุนในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นภาพราคาของทรัพย์สินเพื่อการลงทุนต่าง ๆ ที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาช่วงหลังมานี้ ทั้งตลาดหุ้นทั่วโลก , ราคาทอง , ราคาน้ำมัน , บิทคอยน์ รวมไปถึงสกุลเงินของแต่ละประเทศที่ปรับตัวอ่อนค่าลง เนื่องจากกระแสข่าวและปัจจัยต่าง ๆ ที่ไม่ส่งผลดีต่อการลงทุนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยืดยาวไม่มีทีท่าจะจบสิ้น แต่และแล้ววันที่ทุกอย่างกลายเป็นสีเขียวก็มาถึง เมื่อราคาสินทรัพย์กลับตัวขึ้นทั่วโลก และดีดขึ้นทีเดียวกว่า 5% ในบางสินทรัพย์ ทำให้ราคากลับมาจ่อที่แนวต้านสำคัญ เพื่อรอแรงส่งอีกครั้งในรอบถัดไป

 

สินทรัพย์ลงทุนราคาปรับขึ้นพร้อมกันทั่วโลก

ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่าง Dow Jones , S&P500 และ Nasdaq ที่ทำท่าว่าจะร่วงหลุดแนวรับเดิมที่เคยทำไว้ช่วงก่อนการเกิดวิกฤตโรคระบาดโควิท-19 หันหัวกลับขึ้นมาอีกครั้งในช่วงคืนวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ราคาหุ้นหลายตัวปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ดัชนีทั้ง 3 ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ดัชนี Dow Jones ปิดตลาดวันนั้นมูลค่าสูงขึ้นกว่า 3% บวกขึ้นมากว่า 800 จุด ส่วนดัชนี S&P500 ก็เช่นเดียวกัน ปิดบวกราว 3% ดัชนีบวกขึ้นมา 100 จุด และ Nasdaq ที่ปิดบวกราว 3% ดัชนีปรับตัวสูงขึ้น 350 จุด  

 

ด้านตลาดหุ้นไทย (Set) ก็ได้รับอานิสงค์ในครั้งนี้ตามไปด้วย วานนี้(4ต.ค.) ดัชนี SET Index ปรับตัวสูงขึ้นราว 0.9% จากบริเวณ 1,568 ขึ้นมาปิดตลาดได้ที่ระดับ 1,582 และเตรียมขึ้นมาทดสอบที่บริเวณแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,600 ต่อไป

 

ทางด้านทองคำยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากนับรวมการขึ้นของทองคำวานนี้แล้วจะเป็นการปรับตัวขึ้น  7 วันติดต่อกัน โดยขึ้นจากระดับต่ำสุดที่บริเวณ 1,620 มาหยุดอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 1725 รวมเป็นการกลับตัวกว่า 6.5% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ส่วนน้ำมันดิบนั้นได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์สงครามในพื้นที่รัสเซีย-ยูเครน และปัญหาขาดแคลนพลังงานในยุโรป ทำให้ราคาเริ่มปรับตัวกลับมาสูงขึ้นในช่วงนี้ โดยปรับตัวจากบริเวณราคาต่ำสุดที่ 76.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขึ้นมาอยู่ที่บริเวณ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์และการประชุมของ OPEC ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 ต.ค. นี้ต่อไปว่าผลการประชุมในครั้งนี้จะสร้างผลกระทบใหม่ ให้แก่ราคาน้ำมันในทิศทางใด

 

และอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่กระแสเงียบหายไปในช่วงนี้อย่างบิทคอยน์ เนื่องจากราคา Sideway ออกข้างมานานกว่า 3 เดือนแล้ว ก็ปรับตัวขึ้นตามสินทรัพย์อื่นไปด้วย โดยเป็นการปรับขึ้นราว 6.6% จากระดับ 19,160 บิทคอยน์ต่อดอลลาร์ ขึ้นมาอยู่ที่บริเวณ 20,100 บิทคอยน์ ซึ่งถือเป็นอีกครี่งที่ราคาขึ้นมายืนเหนือระดับราคาจิตวิทยาช่วง 20,000 นี้ได้ ซึ่งจะยืนอยู่ที่บริเวณนี้และกลับตัวขึ้นไปในภาพใหญ่ได้หรือไม่ อาจต้องติดตามดูกันต่อไป

 

ดอลลาร์สหรัฐฯ สินทรัพย์เดียวที่ราคาลง

แน่นอนว่าตลาดแบบ Zero-sum game ที่ผลรวมของตลาดเท่ากับศูนย์แบบนี้ คงไม่มีทางที่ราคาของสินทรัพย์ทุกชนิดในโลกจะสามารถปรับตัวขึ้นพร้อมกันได้หมด เมื่อมีตัวหนึ่งขึ้นย่อมต้องมีตัวหนึ่งลง และในเมื่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิดที่กล่าวมาพากันปรับตัวขึ้นหมดแล้ว นั้นหมายความว่าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างสกุลเงินสหรัฐฯ จึงเป็นผู้ได้รับเลือกให้เทขายออกในช่วงนี้ โดยดัชนี DXY ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้วัดความแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ปรับตัวลงแล้วหลังจากที่เป็นขาขึ้นต่อเนื่องมานาน และเมื่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง จึงส่งผลต่อค่าเงินสกุลอื่น ๆ ทั่วโลกด้วยที่เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงนี้

 

อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นในครั้งนี้ของตลาด พึ่งเกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเท่านั้น และราคาของสินทรัพย์ต่าง ๆ ก็ขึ้นมาจนถึงบริเวณแนวต้านสำคัญแล้ว จึงอาจจะยังบอกไม่ได้ว่าตลาดปรับตัวจากแนวโน้มขาลงมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นแล้วจริงหรือไม่ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุด จึงเริ่มตัดสินใจเข้าลงทุน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
Facebook
Twitter
LinkedIn