รู้หรือไม่ อินโดนีเซียย้ายเมืองหลวงหนีน้ำท่วม ใช้งบประมาณกว่า 1 ล้านล้านบาท

ปัญหาเรื่องสภาพอากาศเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต่างต้องพบเจอ จากสถานการณ์ภาวะโลกร้อนที่อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ นำไปสู่ปัญหาที่ตามมาอย่างเช่น ภาวะเรือนกระจก(Greenhouse effect)  ภาวะสภาพอากาศสุดขั้ว (Climate Extremes) ที่ก่อให้เกิดปัญหาภัยธรรมชาติทั้ง ฝนตกหนักน้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน แผ่นดินไหว ฯลฯ กระจายไปทั่วโลก ส่งผลเสียหายต่อชีวิตความเป็นอยู่และการดำเนินงานทางด้านเศรษฐกิจในหลายประเทศ

 

อินโดนีเซียเป็นหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภาวะโลกร้อนนี้ และยังเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่มีการคาดการณ์กันว่าเมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำปรับตัวสูงขึ้น จะทำให้เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียอย่างกรุงจาการ์ตาจมน้ำในอีกประมาณ 30 ปี ประกอบกับปัญหาสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดในเมืองหลวง ปัญหาสภาพการจราจรที่ติดขัดและควันพิษที่ตามมา ทำให้ภาครัฐริเริ่มโครงการย้ายเมืองหลวงขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จาก“จาการ์ตา”เมืองหลวงเดิม ขยับห่างออกไปราว 2,000 กม. ที่ “กาลิมันตัน” จังหวัดทางตะวันออกของเกาะบอร์เนียว 

 

จาก “จาการ์ตา” สู่ “กาลิมันตัน”

18 ม.ค. 65 กฎหมายย้ายเมืองหลวงจากจาร์กาตาไปยังเมืองกาลิมันตันได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาอินโดนีเซีย ภายในตัวกฎหมายฉบับนี้ประกอบไปด้วยกฎหมายจัดหาเงินทุน กรอบระยะเวลาของโครงการ และแนวทางการบริหารงานในโครงการเมกะโปรเจกต์นี้

 

แนวทางการย้ายเมืองครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 5 ช่วงเวลา ระยะที่ 1 จะเกิดขึ้นในช่วงปี 2022-2024 ซึ่งเป็นช่วงวางโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูประโภค ถนนหนทางและท่าเรือให้แก่เมืองหลวงแห่งใหม่ ส่วนระยะสุดท้ายได้มีการกำหนดไว้ว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2045 หรืออีกประมาณ 20 ปีต่อจากนี้ โดยมีกรอบวงเงินการลงทุนในโครงการนี้อยู่ที่ 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท

 

ส่วนสาเหตของการย้ายเมืองหลวงในครั้งนี้เนื่องมาจากปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ของจาการ์ตา ทั้งเรื่องความแออัดที่ต้องจุคนกว่า 10 ล้านคน ภายในเมือง ๆ เดียว ปัญหาการจราจรที่ติดขัด มลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษ และพื้นที่ของเมืองที่เป็นแอ่ง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะจมลงสู่ทะเลภายในอีก 30 ปีข้างหน้า 

 

ที่ผ่านมาเคยแผนการย้ายเมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียเคยมีประธานาธิบดีของประเทศพูดถึงมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ยังเคยมีครั้งไหนที่คืบหน้าได้เท่าครั้งนี้ แม้แผนการของ โจโควี ประธานาธิปดีคนปัจจุบันจะถูกเสนอมาตั้งแต่ปี 2019 แต่ก็ต้องล่าช้าไปเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิท 19 แต่สุดท้ายโครงการนี้ก็สำเร็จลุล้วงจนได้

 

สะท้อนมองปัญหาที่ประเทศไทย

ของประเทศไทย บริบททางด้านปัญหาที่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯมี ก็ไม่ต่างจากเมืองจาการ์ตามากนัก มีทั้งปัญหาการจราจรที่ติดขัด และปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ไม่สามารถแก้ไขได้เช่นกัน การย้ายเมืองหลวงของประเทศจึงมีการพูดถึงกันอยู่บ้างเป็นระยะ ๆ แต่ดูเหมือนจะยังไม่เป็นที่สนใจและน่าจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ 

 

ด้านงบประมาณของประเทศระหว่างไทยและอินโดนีเซียนั้นไม่ต่างกันมากนัก ในปี 2020 งบประมาณของรัฐบาลอินโดนีเซียมีมูลค่ามากเป็นอันดับ 29 ของโลก ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 128,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนไทยนั้นอยู่ที่ 31 มีงบประมาณอยู่ที่ 107,054 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

 

แต่ละประเทศต่างก็มีวิธีการรับมือและจัดการกับปัญหาที่แตกต่างกันออกไป อินโดนีเซียเลือกวิธีการย้ายเมืองหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์น้ำที่ต้องรับมือในอนาคต จึงถือเป็นตัวอย่างให้หลาย ๆ ประเทศใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อการวางแผนแก้ไขปัญหาของเมืองตนเองได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง
Facebook
Twitter
LinkedIn